เบล คุยฟุ้ง! เขานี่แหละโปรกอล์ฟ No.1 ของ มาดริด

เบล คุยฟุ้ง! เขานี่แหละโปรกอล์ฟ No.1 ของ มาดริด

แกเร็ธ เบล สตาร์ทีมชาติเวลส์ ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เชื่อว่าเขาคือโปรกอล์ฟหมายเลข 1 ของ มาดริด ในขณะเดียวกันที่เขาเองกำลังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่แฮมสตริง

เบล ประสบความสำเร็จกับ เรอัล มาดริด ในการย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2012 จากทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ก่อนที่จะเจอกับอาการบาดเจ็บในช่วง 2-3 ปี หลังจนฟอร์มของเขาดร็อปลงไปฃ

“ที่นี่มีเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่ชอบเล่นกอล์ฟ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมนี่แหละคือโปรกอล์ฟอันดับ 1 ในทีม ธิโบต์ กูร์ตัวส์ คือหนึ่งในนั้น แต่ว่าเขาไม่เก่งกว่าผมหรอกนะ” แกเร็ธ เบล กล่าว

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมีโอกาสและมีการแข่งขันกอล์ฟใกล้ๆ ผมจะเข้าไปดู มันเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ทั้งผู้คนและอาการดีๆ ที่เหนือไปกว่านั้น พวกเขาเล่นได้ดีมากๆ มันคือความเหลือเชื่อในการเล่นภายใต้ความกดดัน ฟุตบอลนั้นแตกต่งาออกไป เพราะว่าคุณเจอความกดดัน แต่ก็ยังมีผู้ตัดสินที่รับมือกับมัน แต่กอล์ฟมันคือกีฬาของสภาพจิตใจและความกดดันของสายตากว่า 80,000 คน”

โรนัลโด้ ตอกสื่อเล่นข่าวลือมั่วซั่วตลอดเวลา

โรนัลโด้ ตอกสื่อเล่นข่าวลือมั่วซั่วตลอดเวลา

อดีตนักเตะของเรอัล มาดริด นั้นตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ทำผลงานได้ไม่ดีนักกับ ยูเวนตุส

คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ นั้นออกมาปฎิเสธข่าวลือต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งตำหนิการทำงานของสื่อ ที่มักเขียนข่าวมั่วๆกับเขาอยู่ตลอดเวลา

“ใครก็ตามที่รู้จักผมเป็นอย่างดี จะรู้ว่าผมนั้นโฟกัสกับการทำงานแค่ไหน ผมไม่ค่อยพูด ผมเน้นการทำงานเท่านั้น และผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่ผมเป็นนักฟุตบอล” โรนัลโด้ กล่าว

“ดังนั้นไอ้ข่าวลือพวกนี้ มันเป็นการแสดงถึงความไม่เคารพในตัวของผมเลย ผลงานต่างๆของผมกับ เรอัล มาดริด นั้นถูกเขียนและบันทึกเอาไว้เป็นสถิติไว้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นมันถึงเวลาที่ผมต้องออกมาพูด และไม่ให้ใครมาทำลายชื่อเสียงของผม ตอนนี้ผมต้องการที่จะโฟกัสกับการทำงานของผมต่อไป ผมพร้อมที่จะรับมือกับทุกๆความท้าทายที่เข้ามา และผมอยากที่จะทำมากกว่าพูดเหมือนเดิม”

เมาท์ เชื่อ เชลซี ควรยิง มาดริด ได้ซัก 5 ประตู

เมาท์ เชื่อ เชลซี ควรยิง มาดริด ได้ซัก 5 ประตู

เชลซี นั้นมีโอกาสยิงประตูทั้งหมดมากถึง 15 ครั้งด้วยกัน ในการปะทะกับ ทีมดังจาก ลาลีก้า สเปน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น

เมสัน เมาท์ ตัวรุกดาวรุ่งของเชลซี ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ทีมของเขา สมควรที่จะทำประตูใส่ เรอัล มาดริด ได้ถึง 5 ประตู น่าเสียดายที่พวกเขาเล่นได้ไม่เฉียบคมมากพอ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สุดท้ายแล้วทีมของเขาก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ และเข้าไปชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ได้สำเร็จ

เมาท์ นั้นทำประตูไปได้ 1 ประตูในเกมนี้ ช่วยให้ทีม เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 0 รวมผลการแข่งขันสองเกม เป็นเชลซี เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ “มันเป็นเกมที่ยาก และยากมากๆจริงๆ” เมาท์ กล่าว

“พวกเขาบุกมาเยือนเราก็จริง แต่พวกเขาก็ทุ่มเททุกอย่างที่มี เพื่อต่อสู้กับเรา แต่เราเองก็ทำงานกันอย่างหนัก และเราก็สมควรจะทำประตูได้ถึง 5 ประตูด้วยกัน แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายแล้ว พวกเราก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการที่สุดแล้ว ผมไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดอย่างไรนะ แต่แน่นอนว่าเกมที่ผ่านมา เป็นอีกเกมที่เราเล่นได้ดีอย่างมากจริงๆ”

มิลเนอร์ ยัน ลิเวอร์พูล ดีกว่า มาดริด เยอะ

มิลเนอร์ ยัน ลิเวอร์พูล ดีกว่า มาดริด เยอะ

ลิเวอร์พูล นั้นไม่สามารถพลิกสถานการณ์และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ของ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ได้ แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีกว่า เรอัล มาดริด อย่างมาก ในเกมนัดล่าสุดก็ตาม

เจม มิลเนอร์ ออกมาแสดงความมั่นใจว่า ลิเวอร์พูล นั้นเป็นทีมที่เล่นได้ดีกว่ามาก ในคืนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกลับต้องเสมอกับ เรอัล มาดริด ไปแบบไม่มีสกอร์ จนต้องตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ของ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ไปอย่างน่าเสียดาย

เรอัล มาดริด นั้นเอาชนะ ลิเวอร์พูล มาได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1 ในเกมแรก ดังนั้นเกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องเอาชนะให้ได้ 2 ประตูเป็นอย่างน้อย เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ “พวกเราเป็นทีมที่ดีกว่าจริงๆ แต่เรายังดีไม่พอที่จะเข้ารอบต่อไปหรือเป็นผู้ชนะในเกมนี้” มิลเนอร์ กล่าว

“ผลงานของเรา โดยรวมแล้วมันดีจริงๆ แต่สุดท้าย ในเมื่อเราเปลี่ยนโอกาสมาเป็นประตูไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ข้อดีข้อเดียวก็คือ เราสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างมากมาย และมันแสดงออกให้เห็นว่าเรามุ่งมั่นอย่างมากที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ซึ่งน่าเสียดายที่เราน่าจะทำได้ตั้งแต่เกมแรก สุดท้ายผมหวังว่าเราจะทำได้ดีแบบนี้ต่อไป เพราะมันจะทำให้เรามีลุ้นท็อป 4 อย่างแน่นอน”

5 ทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในยุโรปเวลานี้

5 ทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในยุโรปเวลานี้

ตลาดซื้อขายนักเตะของยุโรปจะปิดลงในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ โดยเราจะมามองถึงการใช้เงินเสริมทัพนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าหลายทีมจะได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แน่นอนว่า ไม่ใช่ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ใช้เงินไปมากมายในช่วงที่ผ่าน

อันดับที่ 5 เบนฟิก้า 85.5 ล้านปอนด์
ดาร์วิน นูเนซ (21.6 ล้านปอนด์), เอแวร์ตอน (18 ล้านปอนด์), เปดรินโญ่ (16.2 ล้านปอนด์), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (13.5 ล้านปอนด์), นิโคลัส โอตาเมนดี้ (13.5 ล้านปอนด์) และจิลแบร์โต้ (2.7 ล้านปอนด์) โดยเบนฟิก้าเสริมทัพไปมากมาย เมื่อทีมตัดสินใจขายรูเบน ดิอาส ออกไปให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเงินก้อนโต ซึ่งทีมยังตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกไปอีก ไม่สามารถเข้าถึงรอบแบ่งกลุ่มได้

อันดับที่ 4 อินเตอร์ มิลาน 87.3 ล้านปอนด์
อัชราฟ ฮาคิมี่ (36 ล้านปอนด์), นิโคล่า บาเรลล่า (22.5 ล้านปอนด์), เตฟาโน่ เซนซี่ (18 ล้านปอนด์), อันเดรีย ปินามอนติ (7.2 ล้านปอนด์), ดาเรียน มาเลส (3.6 ล้านปอนด์) และอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (1.35 ล้านปอนด์) อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องการเสริมทัพ เพื่อหวังลุ้นแชมป์ หลังจบด้วยการเป็นรองแชมป์เซเรียอา และยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในฤดูกาล 2019-20

อันดับที่ 3 บาร์เซโลน่า 111.6 ล้านปอนด์
มิราเล็ม ปานิช (54 ล้านปอนด์), ตริสเกา (27.9 ล้านปอนด์), เซร์จิโน่ เดสต์ (18.9 ล้านปอนด์), มาเธอุส เฟร์นานเดส (6.3 ล้านปอนด์) และเปดรี้ (4.5 ล้านปอนด์) แม้ค่าตัวของปานิชจะดูเยอะ แต่ก็ลดไปด้วยค่าตัวของอาร์เธอร์ เมโล่ ที่ถูกปล่อยออกไปให้ยูเวนตุส หลังทีมเจอกับความผิดหวังในฤดูกาล 2019-20 โดยเฉพาะฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อแพ้บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์เละเทะ 8-2

อันดับที่ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 141.1 ล้านปอนด์
รูเบน ดิอาส (61.1 ล้านปอนด์), นาธาน อาเก้ (40.7 ล้านปอนด์), เฟร์ราน ตอร์เรส (20.7 ล้านปอนด์), ปาโบล โมเรโน่ (9 ล้านปอนด์), ยาน คูโตะ (5.4 ล้านปอนด์) และอิสซ่า คาโบเร่ (4 ล้านปอนด์) แน่นอนว่าการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสิ่งที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการ หลังถูกลิเวอร์พูลทิ้งห่างไปถึง 18 คะแนน

อันดับที่ 1 เชลซี 222.4 ล้านปอนด์
ไค ฮาเวิร์ตซ์ (72 ล้านปอนด์), ติโม แวร์เนอร์ (47.7 ล้านปอนด์), เบน ชิลเวลล์ (45.1 ล้านปอนด์), ฮาคิม ซีเย็ค (36 ล้านปอนด์) และเอดูอาร์ด เมนดี้ (21.6 ล้านปอนด์) แฟร้งค์ แลมพาร์ด เหมือนกับอัดอั้นมาตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว หลังทีมติดโทษแบนห้ามเซ็นสัญญา ก่อนที่จะคว้าตำแหน่งท็อปโฟร์ได้สำเร็จ ทำให้ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก จึงต้องจัดทัพแบบเต็มๆ