เมสซี่ บอก UCL ปีนี้สูสี ยก “หงส์” น่ากลัวสุด

เมสซี่ บอก UCL ปีนี้สูสี ยก “หงส์” น่ากลัวสุด

ลิโอเนล เมสซี่ ซุปเปอร์สตาร์ของทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง พูดถึงทีมตัวเต็งสำหรับการคว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2021-2022 นี้ และชมทีมลิเวอร์พูล ที่ร้อนแรงต่อเนื่องนับตั้งแต่การแข่งขันเริ่มเปิดฉากขึ้น

เช่นเดียวกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก้ มาดริด ที่นักเตะเข้าของรางวัลบัลลงดอร์ 6 สมัย เชื่อว่าเป็นทีมเต็งแชมป์ยุโรป

“วันนี้ ลิเวอร์พูล นั้นกำลังทำได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขากลับมาเป็นทีมลิเวอร์พูล ที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในตอนนั้น” ลิโอเนล เมสซี่ ซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ กล่าว

“หลังจากนั้นยังมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก้ มาดริด ที่มีโอกาสคว้าแชมป์ มีหลายทีมที่กำลังต่อสู้เพื่อแย่งแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่มีการแข่งขันมากที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพราะว่าคุณไม่สามารถบอกได้เลยว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ในแต่ละปี”

คล็อปป์ เผยข่าวดีอาการบาดเจ็บของ โยต้า

คล็อปป์ เผยข่าวดีอาการบาดเจ็บของ โยต้า

นักเตะชาวโปรตุเกสรายนี้ มีโอกาสจะได้กลับมาเล่นอีกครั้ง หลังจากที่อาการบาดเจ็บ ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดเอาไว้เลย

เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นออกมาพูดข่าวดีเรื่องอาการบาดเจ็บของ ดิโอโก้ โยต้า โดยเขาเปิดเผยว่า นักเตะรายนี้ น่าจะได้ไปเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกส ในฟุตบอลยูโร ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

กองหน้าวัย 24 ปี รายนี้ ได้รับบาดเจ็บที่เท้า จนทำให้ต้องพักรักษาตัว และไม่รู้ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือไม่เช่นกัน “เกมนัดต่อไปกับ เบิร์นลีย์ นักเตะอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ จะได้กลับมาซ้อมกับทีมอีกครั้ง และคงต้องรอดูว่า มันเพียงพอที่จะทำให้เขาได้ลงเล่นหรือไม่” คล็อปป์ กล่าว

“ทางด้านของ ดิโอโก้ เขานั้นดูดีกว่าที่เราคาดเอาไว้พอสมควรเลย การสแกนอาการบาดเจ็บครั้งแรกของเขา มันไมค่อยดี แต่ครั้งนี้มันดีขึ้นเยอะเลย มันทำให้เขาน่าจะมีโอกาสที่จะเล่นในสุดสัปดาห์นี้ มันเป็นข่าวที่ดีอย่างมาก และดีสำหรับ โปรตุเกส ด้วยเช่นกัน ที่เขาอาจจะได้เล่นในฟุตบอลยูโร อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับนักเตะอย่าง แชมเบอร์เลน,เกอิต้า พวกเขาก็กำลังจะได้กลับมาเช่นกัน”

มิลเนอร์ ยัน ลิเวอร์พูล ดีกว่า มาดริด เยอะ

มิลเนอร์ ยัน ลิเวอร์พูล ดีกว่า มาดริด เยอะ

ลิเวอร์พูล นั้นไม่สามารถพลิกสถานการณ์และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ของ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ได้ แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีกว่า เรอัล มาดริด อย่างมาก ในเกมนัดล่าสุดก็ตาม

เจม มิลเนอร์ ออกมาแสดงความมั่นใจว่า ลิเวอร์พูล นั้นเป็นทีมที่เล่นได้ดีกว่ามาก ในคืนที่ผ่านมา แต่สุดท้ายกลับต้องเสมอกับ เรอัล มาดริด ไปแบบไม่มีสกอร์ จนต้องตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ของ ยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ไปอย่างน่าเสียดาย

เรอัล มาดริด นั้นเอาชนะ ลิเวอร์พูล มาได้ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1 ในเกมแรก ดังนั้นเกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องเอาชนะให้ได้ 2 ประตูเป็นอย่างน้อย เพื่อผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ “พวกเราเป็นทีมที่ดีกว่าจริงๆ แต่เรายังดีไม่พอที่จะเข้ารอบต่อไปหรือเป็นผู้ชนะในเกมนี้” มิลเนอร์ กล่าว

“ผลงานของเรา โดยรวมแล้วมันดีจริงๆ แต่สุดท้าย ในเมื่อเราเปลี่ยนโอกาสมาเป็นประตูไม่ได้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ข้อดีข้อเดียวก็คือ เราสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างมากมาย และมันแสดงออกให้เห็นว่าเรามุ่งมั่นอย่างมากที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ซึ่งน่าเสียดายที่เราน่าจะทำได้ตั้งแต่เกมแรก สุดท้ายผมหวังว่าเราจะทำได้ดีแบบนี้ต่อไป เพราะมันจะทำให้เรามีลุ้นท็อป 4 อย่างแน่นอน”

คล็อปป์ ยัน บรรยากาศในทีมยังดีแม้เจอช่วงยากลำบาก

คล็อปป์ ยัน บรรยากาศในทีมยังดีแม้เจอช่วงยากลำบาก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่เมทัลของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกมายืนยันว่าบรรยากาศในทีมยังคงยอดเยี่ยมและต้องการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่ในตอนนี้

ทีมแชมป์เก่าต้องตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไกลถึง 19 คะแนน ในตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ในขณะที่ ลิเวอร์พูล เองก็เพิ่งแพ้ในบ้านมาติดต่อกัน 4 นัด โดยเฉพาะในเกมดาร์บี้แมตช์กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “บรรยากาศในทีมยังคงยอดเยี่ยม มันเป็นบรรยากาศที่ถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็น” เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

“มันอาจจะไม่ใช่บรรยากาศที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยมี แต่มันไม่มีอะไรระหว่างเรา ทุกอย่างยอดเยี่ยมมากๆ พวกเราต่างเห็นด้วยในสิ่งที่พวกเราต้องทำ พวกเราเองก็มีช่วงเวลาที่ดีๆเช่นกัน”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับเราและทีมของเรา อย่างที่คุณสามารถจินตนาการได้ ในช่วงเวลาแบบนี้คุณต้องแสดงตัวตนของคุณออกมาและมันก็เป็นสิ่งที่เด็กๆของเราต้องการที่จะทำอย่างแน่นอน”

คาร์ราเกอร์ รับ ลิเวอร์พูล คงลุ้นแค่ท็อป 4

คาร์ราเกอร์ รับ ลิเวอร์พูล คงลุ้นแค่ท็อป 4

อดีตตำนานกองหลังของลิเวอร์พูล เชื่อว่าลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นคงทำได้แต่โฟกัสในการทำอันดับเพื่อไปเล่นในยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก ให้ได้เท่านั้น หลังจากสะดุดมาแล้วหลายเกม

ลิเวอร์พูล คงลุ้นได้แค่อันดับท็อป 4 เท่านั้นในตอนนี้ ตำนานกองหลังของทีม อย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าว เพราะพวกเขาน่าจะหมดโอกาสลถ้นแชมป์ไปแล้วในฤดูกาลนี้

แชมป์เก่า นั้นทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง หลังจากเจอกับปัญหารบกวนมากมาย ในเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักหลายคน “ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ตสัน พึ่งออกมายอมรับว่า ลิเวอร์พูล ไม่ได้เป็นทีมลุ้นแชมป์อีกแล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับเขา” คาร์ราเกอร์ กล่าว

“พวกเขาน่าจะได้ลุ้นแค่อันดับท็อป 4 เท่านั้น เพราะผลงานพวกเขาที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง ทีมนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แถมล่าสุดยังต้องเสีย อลิสสัน เบ็คเกอร์ ไปอีก มันเลยเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะลุ้นแชมป์ในปีนี้ พวกเขายังมีเกมกับ ซิตี้ รออยู่อีกต่างหาก ซึ่งถ้าหากไม่ชนะได้ ทุกอย่างก็คงจะจบลงจริงๆ”

5 ทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในยุโรปเวลานี้

5 ทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในยุโรปเวลานี้

ตลาดซื้อขายนักเตะของยุโรปจะปิดลงในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ โดยเราจะมามองถึงการใช้เงินเสริมทัพนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าหลายทีมจะได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แน่นอนว่า ไม่ใช่ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ใช้เงินไปมากมายในช่วงที่ผ่าน

อันดับที่ 5 เบนฟิก้า 85.5 ล้านปอนด์
ดาร์วิน นูเนซ (21.6 ล้านปอนด์), เอแวร์ตอน (18 ล้านปอนด์), เปดรินโญ่ (16.2 ล้านปอนด์), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (13.5 ล้านปอนด์), นิโคลัส โอตาเมนดี้ (13.5 ล้านปอนด์) และจิลแบร์โต้ (2.7 ล้านปอนด์) โดยเบนฟิก้าเสริมทัพไปมากมาย เมื่อทีมตัดสินใจขายรูเบน ดิอาส ออกไปให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเงินก้อนโต ซึ่งทีมยังตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกไปอีก ไม่สามารถเข้าถึงรอบแบ่งกลุ่มได้

อันดับที่ 4 อินเตอร์ มิลาน 87.3 ล้านปอนด์
อัชราฟ ฮาคิมี่ (36 ล้านปอนด์), นิโคล่า บาเรลล่า (22.5 ล้านปอนด์), เตฟาโน่ เซนซี่ (18 ล้านปอนด์), อันเดรีย ปินามอนติ (7.2 ล้านปอนด์), ดาเรียน มาเลส (3.6 ล้านปอนด์) และอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (1.35 ล้านปอนด์) อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องการเสริมทัพ เพื่อหวังลุ้นแชมป์ หลังจบด้วยการเป็นรองแชมป์เซเรียอา และยูฟ่า ยูโรป้าลีก ในฤดูกาล 2019-20

อันดับที่ 3 บาร์เซโลน่า 111.6 ล้านปอนด์
มิราเล็ม ปานิช (54 ล้านปอนด์), ตริสเกา (27.9 ล้านปอนด์), เซร์จิโน่ เดสต์ (18.9 ล้านปอนด์), มาเธอุส เฟร์นานเดส (6.3 ล้านปอนด์) และเปดรี้ (4.5 ล้านปอนด์) แม้ค่าตัวของปานิชจะดูเยอะ แต่ก็ลดไปด้วยค่าตัวของอาร์เธอร์ เมโล่ ที่ถูกปล่อยออกไปให้ยูเวนตุส หลังทีมเจอกับความผิดหวังในฤดูกาล 2019-20 โดยเฉพาะฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อแพ้บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์เละเทะ 8-2

อันดับที่ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 141.1 ล้านปอนด์
รูเบน ดิอาส (61.1 ล้านปอนด์), นาธาน อาเก้ (40.7 ล้านปอนด์), เฟร์ราน ตอร์เรส (20.7 ล้านปอนด์), ปาโบล โมเรโน่ (9 ล้านปอนด์), ยาน คูโตะ (5.4 ล้านปอนด์) และอิสซ่า คาโบเร่ (4 ล้านปอนด์) แน่นอนว่าการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสิ่งที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการ หลังถูกลิเวอร์พูลทิ้งห่างไปถึง 18 คะแนน

อันดับที่ 1 เชลซี 222.4 ล้านปอนด์
ไค ฮาเวิร์ตซ์ (72 ล้านปอนด์), ติโม แวร์เนอร์ (47.7 ล้านปอนด์), เบน ชิลเวลล์ (45.1 ล้านปอนด์), ฮาคิม ซีเย็ค (36 ล้านปอนด์) และเอดูอาร์ด เมนดี้ (21.6 ล้านปอนด์) แฟร้งค์ แลมพาร์ด เหมือนกับอัดอั้นมาตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว หลังทีมติดโทษแบนห้ามเซ็นสัญญา ก่อนที่จะคว้าตำแหน่งท็อปโฟร์ได้สำเร็จ ทำให้ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก จึงต้องจัดทัพแบบเต็มๆ

ลิเวอร์พูลเอาจริงลงดาบแฟนบอลสายเกรียน

จากที่เคยมีข่าวออกมาว่าแฟนหงส์แดง ลิเวอร์พูล ขึ้นป้ายล้อเลียนนักเตะในทีมตัวเอง ในเกมที่บุกไปเยือนถิ่น ราซิ่งเกงค์ ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และทางฝ่ายสตาฟท์ของสโมสรเห็นป้าย จึงสั่งให้แฟนบอลปลดลงจากสแตนด์เชียร์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ และสร้างความไม่พอใจให้กับทีมเจ้าถิ่น

แน่นอนว่าบอร์ดบริหารของ หงส์แดงเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ เพราะมีการออกกฎและแจ้งอย่างเป็นทางการกับแฟนบอลสายเกรียนรายนั้น ห้ามเข้าชมเกมทั้งในสนามและนอกสนาม แม้ว่าจะเป็นแฟนตัวยงและซื้อตั๋วฟีรีของหงส์แดง ลิเวอร์พูล เพื่อชมเกมต่างๆตลอดฤดูกาล ซึ่งทางสโมสรยินดีที่จะคืนเงินให้ และไม่อยากให้แฟนบอลคนอื่นเอาตาม จึงต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด

ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างให้กับสโมสรอื่นๆในเรื่องการรณรงค์การเหยียดสีผิว การเหยียดเชื้อชาติหรือ บูลลี่ นักเตะ ในสนามไม่ว่าจะเป็นของทีมตัวเอง หรือทีมคู่แข่ง การทำแบบนี้ก็จะทำให้ความเกรียนของบรรดาแฟนบอลนิสัยเสียลดลงไปบ้าง อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างให้กับทีมอื่นๆได้ทำตามกันด้วย

หงส์แดง ยังรั้งจ่าฝูงได้อีก 1 สัปดาห์

สำหรับเกมวันเสาร์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หงส์แดงได้ประเดิมลงสนามเป็นคู่แรกโดยพบกับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดซึ่งผลการแข่งขันนั้นหงส์แดงบุกไปชนะด้วยสกอร์ 0 ต่อ 1 และทำให้ตอนนี้พวกเขารั้งอันดับที่ 1 ของตารางได้อีก 1 สัปดาห์ แม้ารูปเกมอาจจะไม่ประทับใจแฟนบอลสักเท่าไหร่ 

เพราะดูเหมือนกองหน้าวันนี้จะทำผลงานกันได้ไม่ดี และในช่วงหลังก็โดนเจ้าบ้านบุกระหน่ำอยู่พอสมควรแต่ก็เป็นเกมที่สนุก และผลการแข่งขันก็ถือว่าลิเวอร์พูล ยังรักษาสถิติไม่เสมอและไม่แพ้ใครจาก 7 นัดทำให้มี 21 คะแนนเต็มในตอน นี้ก็ถือว่าพวกเขายังรักษาระดับความห่างของจากอันดับที่ 2 เอาไว้ได้แต่ก็ต้องดูกันว่าได้สัปดาห์หน้านั้นจะยังสามารถทำสถิติชนะติดต่อกันได้อีกหรือไม่ 

และดูเหมือนเกมนี้จะได้เห็นแผนการณ์เล่นที่หลากหลายในการเข้าทำมากขึ้น แม้ว่าช่วงท้ายๆ ทีมเยือนจะเน้นการตั้งรับมากกว่าเดิม เพราะเจ้าบ้านนั้นเรียกได้ว่าสู้ตาย ทำให้ในช่วงท้ายคลอป์ป ต้องเปลี่ยนตัวเน้นเกมรับเพื่อยันสกอร์ แต่ก็ถือว่านั่นเป็นปัญหาที่ต้องแก้สำหรับกองหน้าที่ฟอร์มดูจะไม่สม่ำเสมอนัก 

คล็อปป์ เผยฝันเป็นจริงหลังพา หงส์แดง ทะยานลุ้นแชมป์ใหญ่ซีซั่นนี้

คล็อปป์ เผยฝันเป็นจริงหลังพา หงส์แดง ทะยานลุ้นแชมป์ใหญ่ซีซั่นนี้

เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวว่าเขากำลังใช้ความฝันที่มีสร้าง ลิเวอร์พูล ให้ยิ่งใหญ่ด้วยการมีลุ้นแชมป์ในการสำคัญในซีซั่นนี้ โดยใน พรีเมียร์ลีก ทีม หงส์แดง สามารถรั้งตำแหน่งจ่าฝูง มีคะแนนเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 2 คะแนนจากการลงเล่นมากกว่า 33 นัด และในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขากำลังจะพบกับ ปอร์โต้ ในรอบควอเตอร์ไฟนอล

นายใหญ่ชาวเยอรมัน กล่าวว่าในซีซั่นนี้เขามีความสุขมากกว่าซีซันที่แล้ว เมื่อสามารถพาทีมก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว และหวังว่าพวกเขาจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศใน แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้ง

“ตอนที่ผมยังเป็นผู้จัดการทีมในวัยหนุ่มนั้น ผมฝันอยู่เสมอว่าจะได้คุมทีมที่มีนักเตะระดับเวิลด์คลาส และมีทัศนคติที่เหมาะจะเป็นแชมป์รายการใหญ่ นั่นคือสิ่งที่ผมรักอย่างแท้จริง และเราก็ได้แสดงมันออกมา โดยเฉพาะในการลงเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก เราทุกคนรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกทีมกับผมสามารถเป็นแชมป์ได้ ซึ่งมันจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง”

“แต่ ณ เวลานี้เราไม่ควรจะคิดถึงมัน ในฐานะสโมสรและทีมพร้อมด้วยบรรดาแฟนบอล เราควรที่จะมีความสุขกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เพราะมันเป็นอะไรที่แตกต่างจากซีซั่นที่แล้วมาก เมื่อปีที่แล้วเราได้รับแรงกดดันอย่างมากในช่วงท้ายฤดูกาล โดยตอนนั้น เชลซี สามารถไล่เก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่เราทำได้เพียงแค่เสมอกับคู่แข่ง หลังจากที่เคยนำห่างพวกเขาอยู่ 10 แต้ม แต่ในท้ายที่สุดแล้วเราก็เอาชนะได้ในเกมสุดท้ายอีกครั้ง และสามารถผ่านเข้าสู่ แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มได้”

“แต่สำหรับฤดูกาลนี้เราได้มีก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการเล่นใน พรีเมียร์ลีก เรากำลังมีลุ้นแชมป์ซึ่งยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครจะสามารถคว้าแชมป์ได้ โดยเมื่อมองย้อนกลับไปในซีซันที่ผ่านมา เราทำได้เพียง 60 กว่าคะแนนและต้องต่อสู้กับอีก 5 ทีมนอกจาก แมนซิตี้ เพื่อลุ้นอันดับท็อปโฟร์ มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมชอบซีซั่นนี้มาก” คล็อปป์ กล่าว

คล็อปป์ เผยฝันเป็นจริงหลังพา หงส์แดง ทะยานลุ้นแชมป์ใหญ่